ข่าวประชาสัมพันธ์

บีจีซี ตอกย้ำศักยภาพผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์แก้วอันดับ 1 ใน อาเซียน ทุ่มงบกว่า 2,500 ล้านบาท พร้อมขยายไลน์การผลิตเพิ่มอีก 1 โรง รองรับความต้องการทั้งใน และต่างประเทศ

17 กุมภาพันธ์ 2560

บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส ในเครือบริษัท บางกอกกล๊าส จำกัด (มหาชน) โชว์ศักยภาพปฏิบัติการโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์แก้ว ที่จังหวัดอยุธยา ตอกย้ำความสำเร็จผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์แก้วอันดับ 1 ในภูมิภาคอาเซียน อัดงบอีก 2,500 ล้านบาท เตรียมพร้อมขยายไลน์การผลิตเพิ่มขึ้นอีก 1 แห่ง ที่จังหวัดราชบุรี รองรับการขยายตัวของตลาดบรรจุภัณฑ์แก้ว ทั้งในและต่างประเทศ พร้อมนำระบบ PPC เพื่อใช้ควบคุมการขึ้นรูปขวดแก้วให้ได้มาตรฐาน  และ เตรียมเปิดห้องปฏิบัติการ Clean room  สำหรับควบคุมปริมาณฝุ่นในอากาศ และสิ่งแปลกปลอมไม่ให้ปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์ ตอกย้ำประสิทธิภาพการผลิตที่คำนึงถึงคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคเป็นสำคัญ พร้อมพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตอย่างต่อเนื่อง สร้างความมั่นใจให้ลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ  มั่นใจมูลค่าตลาดบรรจุภัณฑ์แก้วยังเติบโตขึ้นอีก ไม่ต่ำกว่า 4%  หลังกวาดรายได้ในปีที่ผ่านมากว่า12,000 ล้านบาท   
 
นายสมพร  เต็มอุดมสมบูรณ์  รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานการผลิต เปิดเผยว่า “จากความสำเร็จในปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ บริษัทฯ มีส่วนแบ่งการตลาดและกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์แก้วเป็นอันดับหนึ่งของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน ด้วยกำลังการผลิต 3,335 ตันต่อวัน โดยในส่วนบรรจุภัณฑ์แก้ว ประมาณ 50% ผลิตให้กับเครือบุญรอด อีก 50% ให้ลูกค้าภายนอก หลักๆ เป็น อาหาร เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ขวดยา และอีกประมาณ 5% จะเป็นตลาดส่งออก 
 
โดยในปีนี้  บริษัทฯ จึงได้เตรียมการขยายโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์แก้วเพิ่มอีก 1 แห่ง ที่จังหวัดราชบุรี มูลค่า 2,500 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้กำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์แก้วเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 320 ตันต่อวัน โดยโรงงานนี้คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2561 จากโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์แก้วทั้งหมด 5 แห่ง ในปัจจุบันได้แก่
จังหวัดปทุมธานี กำลังการผลิตประมาณ 560 ตันต่อวัน จาก 3 เตาหลอม 9 ไลน์
จังหวัดขอนแก่น กำลังการผลิตประมาณ 735 ตันต่อวัน จาก 2 เตาหลอม 5 ไลน์
จังหวัดระยอง กำลังการผลิตประมาณ 240 ตันต่อวัน จาก 2 เตาหลอม 6 ไลน์
จังหวัดปราจีนบุรี กำลังการผลิตประมาณ 180 ตันต่อวัน จาก 1 เตาหลอม 2 ไลน์
และโรงงานของบีจีซี ที่จังหวัดอยุธยา มีกำลังการผลิตประมาณ 1,620 ตันต่อวัน จาก 4 เตาหลอม 14 ไลน์ ซึ่งเป็นโรงงานที่มีกำลังผลิตมากที่สุดของบีจีซีในปัจุบัน และคาดว่าในปี 2561 บีจีซีจะมีกำลังการผลิตรวมเพิ่มขึ้นเป็น 3,655 ตันต่อวันหลังจากการเปิดตัวโรงงานที่จังหวัดราชบุรี
 
ทั้งนี้ ในส่วนเทคโนโลยีในการผลิต นอกจากการคำนึงถึงศักยภาพในการผลิตให้ทันต่อความต้องการของลูกค้าไม่ว่าจะเป็นกระบวนการผลิตบรรจุภัณฑ์แก้วด้วยเทคโนโลยีการผลิตชั้นสูงแล้ว บีจีซี ยังคำนึงถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้บริโภค ด้วยการพัฒนาระบบต่าง ๆ ในขบวนการผลิต อาทิ ระบบ Plunger Process Control หรือ PPC ซึ่งเป็นระบบควบคุมปริมาณน้ำแก้วสำหรับการขึ้นรูปขวดแก้วให้ได้น้ำหนักตามมาตรฐาน  ล่าสุด บีจีซีเตรียมเปิดห้องปฏิบัติการ Clean room ที่โรงงานจังหวัดอยุธยา เป็นห้องที่มีระบบอากาศพิเศษ เพื่อควบคุมปริมาณฝุ่นในอากาศ และสิ่งแปลกปลอมไม่ให้ปนเปื้อนในบรรจุภัณฑ์ ช่วยให้บรรจุภัณฑ์แก้วสะอาดปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น รวมถึงยังมุ่งเน้นการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการผลิต ลดการใช้สารเคมี ตลอดจนการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมบนพื้นฐานของความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชนโดยรอบโรงงานตามแนวทางของกระทรวงอุตสาหกรรม” นายสมพร  กล่าวสรุป 


กลับสู่หน้าหลัก